|
A Partisan's Daughter - Louis De Bernieres
ฉบับแปลไทยของแฮร์รี่ตามมาด้วยเสียงโวยจนได้ เรื่องการรีบเร่งแปล (ใช้เวลาแปล 2 เดือน) ความสละสลวยของสำนวนแปล รูปเล่มที่ใช้กระดาษบาง 60 แกรม ทำให้ยับง่าย จนแฟนๆ ถึงกับรวมตัวเรียกร้องให้นานมีสังคายนาหนังสือชุดนี้และจัดพิมพ์ใหม่ เว็บนานมีเปิดกระทู้รับฟังข้อคิดเห็นเรื่องนี้จากนักอ่าน ข้อความต่อไปนี้รวบรวมจากพันทิพตามลิงก์ที่กำกับไว้ (ข้อความที่ไม่มีลิงก์นำมาจากลิงก์ใกล้ที่สุดก่อนหน้านั้น)
หนังสือขายดีและหนังสือออกใหม่ฉบับอีบุ๊กขายในราคาเรื่องละ $9.99 นับว่าถูกกว่าหนังสือเล่ม ใครที่สนใจสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ทำได้ โดยจ่ายเพียงเดือนละ $13.99 แทนที่จะเป็น $50 กว่าเหรียญ สตีเฟน เลวี เขียนในนิวส์วีคว่าเครื่องนี้ถือง่ายใช้สะดวก มีปุ่มกดสำหรับหน้าต่อไปและหน้าที่แล้วอยู่ทางขวาและซ้ายของเครื่อง กดง่ายเสียแต่ปุ่มใหญ่ไปหน่อย ทำให้พลาดไปโดนเรื่อย เราไม่สามารถพิมพ์ข้อความจากหนังสือออกมาได้ ไม่สามารถก็อปปี้ข้อความจากหนังสือได้ ไม่สามารถขายต่อเมื่ออ่านจบ ไม่สามารถ "ให้ใครยืม" หนังสือได้ ชวนให้หนาวๆ ร้อนๆ กันบ้างแล้วหรือยัง นี่ชวนให้นึกถึงบทความ สิทธิ์การอ่าน ของริชาร์ด สตอลแมน ใช่หรือไม่ เมื่อคินเดิลเปิดตัวเป็น บทความเด่นใน Newsweek จึงมีผู้เขียนบทความ The Future of Reading (A Play in Six Acts) ตามมาที่อ่านแล้วยะเยือกใจเสียจริงๆ ในปี 2002 เจฟ เบโซส เจ้าของอเมซอนเคยบอกว่า "เมื่อเราซื้อหนังสือ เราซื้อสิทธิ์การขายต่อ การให้ยืม แม้แต่การยกให้ใครก็ได้หากต้องการ ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้" ทว่าตอนนี้ สัญญาการใช้งานคินเดิลระบุว่า "คุณไม่อาจขาย ให้เช่า ทำสัญญาเช่า แจกจ่าย เผยแพร่ ให้คำอนุญาต หรือยกสิทธิ์ใดๆ ของเนื้อหาดิจิทัลให้บุคคลที่สาม" บทความหลังนี้เปรียบเทียบคำพูดของเบโซสหลายตอน กับเนื้อความจากหนังสือ 1984 ของออร์เวล เช่นการควบคุมประชาชนผ่านทางเทเลสกรีน สำหรับคินเดิลนั้น อุปกรณ์นี้จะเก็บข้อมูลเช่น เราอ่านหนังสือเล่มไหน อ่านครั้งสุดท้ายเมื่อใด หน้าใด ทำที่คั่นหนังสือไว้ที่ไหนบ้าง จดโน้ตอะไรไปบ้าง ไฮไลต์ข้อความใดบ้าง หรือตอนใน 1984 ที่กล่าวถึงพรรคการเมืองที่เปลี่ยนแปลงความจริงตลอดเวลา โดยแก้ไขเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว แผ่นพับ หรือบันทึกใดๆ ที่ขัดแย้งกับความจริงใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น นับเป็นการแก้ไขประวัติศาสตร์ เปรียบเทียบกับที่เบโซส กล่าวว่า สำหรับอีบุ๊ก ผู้เขียนและนักอ่านจะยังสัมพันธ์กันแม้หลังการซื้อขาย สามารถแก้ที่ผิดได้ทันที และปรับปรุงเนื้อหาได้ "นักเขียนอาจแก้ไขตอนจบของหนังสือ หรือเปลี่ยนอะไรกลางเรื่องได้" ก่อนหน้านี้ หนังสือที่ขายให้อุปกรณ์อีบุ๊กบางรุ่นจำกัดเวลาอ่าน (เช่นซื้อแล้วอยู่ได้ 90 วัน หลังจากนั้นจะอ่านไม่ได้) เบโซสบอกว่าห้องสมุดก็ทำอย่างนี้มาแล้ว นั่นคือพอหมดระยะเวลายืม เราก็จะอ่านหนังสือไม่ได้อีกต่อไป เหมือนดังเทปในหนัง Mission: Impossible เบโซสบอกว่าเขาเปิดรับความคิดว่าในอนาคต คินเดิลอาจทำอย่างนี้ก็เป็นได้ น่าตื่นเต้นจริงๆ
สำนักพิมพ์ผู้แปลหนังสือในอิหร่านก็น่ารักจริงๆ อุตส่าห์เลี่ยงไปใช้ชื่อหนังสือว่า "ความทรงจำของหวานใจแสนเศร้าของผม" แทนที่จะเป็น "ความทรงจำของกะหรี่แสนเศร้าของผม" แต่ก็ไม่รอดไปได้ โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับชายชราวัย 90 อยากมีเพศสัมพันธ์กับสาวรุ่นบริสุทธิ์ก็ไม่ได้ช่วยเลย โครงการต่อต้านหนังสือเล่มนี้จัดขึ้นโดยเว็บไซต์ฝ่ายขวา การพิมพ์หนังสือทุกเล่มและทุกการพิมพ์ซ้ำในอิหร่าน ต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิถีอิสลาม ตั้งแต่ประธานาธิบดี มาห์มูด อามาดีเนจัด ครองอำนาจในปี 2005 การเซ็นเซอร์ในอิหร่านยิ่งเข้มงวดขึ้น รวมไปถึงการเซ็นเซอร์ดนตรีและหนังด้วย (หนังสือฉบับแปลจะถูกสั่งให้เปลี่ยนแปลงต่างไปจากต้นฉบับมาก ชนิดอ่านแล้วอาจจำไม่ได้) นัยยะเชิงวัฒนธรรมข้อนี้ทำให้นับว่าอิหร่านเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับประเทศไทยโดยแท้จริง เรายังเออออห่อหมกไปกับเขาสมัยเขาตามมาให้บ้านเราถอนหนังเรื่อง Persepolis ออกจากเทศกาลหนังเลย กระทรวงวัฒนธรรมควรส่งคนไปดูงานบ้านเขาโดยเร็ว กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ เป็นนักเขียนยอดนิยมในอิหร่าน หนังสือ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ถูกแบนในอิหร่านเช่นกัน แต่มีฉบับสำเนาเถื่อนและฉบับมือสองให้หาซื้อได้ในตลาดมืด สำหรับนิยายเล่มนี้ก็ไม่น่าห่วงหรอก เพราะว่าห้าพันเล่มที่ขายไปแล้วคงปรากฏในฉบับเถื่อนให้หาซื้อกันได้เช่นกัน
นิวส์เดย์บอกว่าบทสนทนาทำให้นักแสดงเหมือนถูกพากย์เสียงภาษาอังกฤษ และเป็นการพากย์เลว สตาร์ทรีบูนจากมินนีอาโพลิส บอกว่าถ้ามีรางวัลหนังหดหู่แห่งปี เรื่องนี้ต้องชนะแน่นอน วาไรตี้บอกว่าน่าเบื่อแทบตาย ความเห็นจากวันกายส์โอพีเนียนบอกว่า "น่าสนใจเทียบเท่าสไลด์การท่องเที่ยวของเพื่อนบ้านคุณ" ฯลฯ หนังสือที่ดี พอทำเป็นหนังแล้วก็ใช่จะดีเสมอไป ดังเช่นเรื่องนี้ที่เล่าน้อยๆ เมื่อเป็นหนังจึงกลายเป็นเรื่องนิ่งสนิทที่หลายคนบอกว่าสุดแสนน่าเบื่อไปได้
"เราพยายามขายหนังสือที่คิดว่า ใครอ่านก็น่าจะได้ประโยชน์จากมันนะครับ ไม่ขายหนังสือพวกฮาวทู (How To) เพราะเราเชื่อว่าชีวิตมันไม่มีทางลัด หรือพวกเรื่องรักเกาหลีญี่ปุ่นเราก็ไม่ขาย เพราะเราคิดว่าเราไม่รู้จะแนะนำให้เด็กอ่านมันด้วยเหตุผลอะไร เราอยากให้เด็กอ่านปรัชญา อยากให้เด็กอ่านเรื่องธรรมะ สังคมมากกว่า เราก็เลยไม่ขายหนังสือรักเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนังสือขายดีที่สุดตามชั้นวางหนังสือร้านใหญ่ๆ"
* แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เล่มล่าสุดวางขายแล้ว ดอทเห็นครั้งแรกในร้านถึงกับอุทานออกมาดังๆ ด้วยความประหลาดใจสุดซึ้ง เมื่อเห็นว่าหนังสือปกแข็งเป็นสันโค้ง แล้วทีพจนานุกรมของประเทศละก็ไม่ยอมทำสันโค้งเลยนะ (อ่านบทความเกี่ยวข้อง ความเข้าใจเรื่องหนังสือ การอ่าน และระบบหนังสือสาธารณะ) * ชวนชม ปกหนังสือสวยแห่งปี 2007 เป็นหน้าปกสวยและน่าสนใจจริงๆ ดูแนวคิดแล้วคงอยากให้สำนักพิมพ์ไทยทำหนังสือปกสวยอย่างนี้บ้าง เล่มที่ดอทชอบมากคือ One Perfect Day ออกแบบเจ๋งจริงๆ บางเล่มเรียบง่ายคาดไม่ถึง แต่ช่างคิดเสียทุกเล่ม * บทความ Destination for Reading จากเนชั่นวีคเอนด์ เล่าร้านหนังสือชื่อ Bookmark ตั้งอยู่ตึก The Third Place ทองหล่อ ซอย 10 เปิดมาได้แปดเดือนแล้ว เจ้าของเปิดร้านนี้ด้วยเชื่อว่าคนไทยรักการอ่าน ชั้นล่างเป็นหนังสือไทย และมีมุมหนังสือเด็กที่ตกแต่งไว้น่าไปชม เจ้าของร้านผู้เคยเป็นเจ้าของครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลกล่าวว่า "หนังสือภาพและเรื่องสำหรับเด็กนั้นราคาแพง โดยเฉพาะเทียบกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ ฉันจึงจัดให้มีมุมเด็กเพื่อให้พ่อแม่พาลูกๆ มาอ่านหนังสือได้ฟรี" ส่วนชั้นสองจัดเป็นนิทรรศการหนังสือ และมีหนังสือภาษาอังกฤษโดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการท่องเที่ยว ใครอยู่ใกล้ขอแนะนำให้ไปชม * บทความอ่านพบจากเนชั่นวีคเอนด์เช่นกัน เสียดายที่ไม่มีลิงก์ในเน็ต ใครชอบหนังสือเก่าแก่หายากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ไปชมได้ที่ Librairie du Siam ถนนเพชรบุรี ตรงข้ามสถานทูตอินโดนีเซีย เปิดวันจันทร์ถึงเสาร์ 10.00-19.00 น. เจ้าของร้านเป็นนักสะสมหนังสือชาวฝรั่งเศส * บทความ "เปิดโลกมืดด้วยหนังสือเสียง" จากโพสต์ทูเดย์ วันที่ 28 พ.ย. 2550 บอกข้อมูลสำหรับผู้สนใจอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอดฟัง ผู้สนใจอ่านหนังสือเสียงที่บีทูเอส สอบถามได้ที่ 02-646-1270-3 ต่อ 365 และติดต่อร่วมเป็นอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียงได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด 02-583-6518, 02-962-5818 ต่อ 12, 13, 14
จากข่าว นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ มีผู้ส่งความเห็นมาดังนี้ ดอทขอขอบคุณยิ่งสำหรับความคิดเห็นและยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันค่ะ สวัสดีครับ ความเห็นของฉันเรื่องงานมหกรรมลดราคาหนังสือแห่งชาติอยู่ในทางดี เนื่องจากเห็นด้วยที่ว่าเป็นการช่วยระบายสต๊อคของสำนักพิมพ์ และคนอ่านเองที่ไม่สามารถหาหนังสือบางเล่มที่ร้านหนังสือได้ ก็จะสามารถหาหนังสือเหล่านี้ได้จากในงานหนังสือ รวมไปถึงได้หาหนังสือดีๆ ราคาถูกได้อีกมากมาย ดังจะเห็นว่านักอ่านที่ฉลาดหลายคนพุ่งตรงไปที่กองลดราคาก่อนเป็นอันดับแรก หนังสือดีๆ ราคาไม่เกินร้อยสามารถหาได้ทั่วไปในงานหนังสือ ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับ นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ คิดว่าต่อไปใครๆ คงไม่อยากพลาดงานหนังสือเป็นแน่ เพราะเดี๋ยวนี้มีโชว์กวาดล้างหนังสือมาสร้างความระทึกขวัญให้ด้วย ดอทอนาถใจยิ่งกับข่าวการล้างผลาญหนังสือโรมานซ์โดยไร้สติ ที่แย่ไปกว่านั้นคือคนในวงการดูจะบ้าจี้ไปตามๆ กันด้วยน่ะซี
"ตำรวจความคิดจะจับเขาได้อยู่ดี เขาได้กระทำ---จะกระทำ---ความผิดร้ายแรงที่รวมเอาความผิดอื่นๆ ทั้งหมดไว้ในตัว---แม้เขาจะไม่เคยจับปากกาเขียนออกมา ความผิดนี้เรียกกันว่าอาชญากรรมทางความคิด เราไม่สามารถปกปิดอาชญากรรมทางความคิดได้ตลอดไป เราอาจหลบหนีได้สักพัก อาจจะหลายปี แต่ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาจะจับเราได้" * ฟันอาญา 2 สำนักพิมพ์นิยายโป๊ สมาคมลงโทษขับพ้นสมาชิก - จาก มติชน 20 ตุลาคม 2550 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ.ต.อ.สุทัศน์ อันทานนท์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, นางริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวเรื่องการเข้ายึดหนังสือนวนิยายที่เข้าข่ายลามกอนาจาร ที่นำมาจำหน่ายในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ * ตร. จับหนังสือลามกในงานหนังสือระดับชาติ - โพสต์ทูเดย์ 18 ตุลาคม 2550 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลนำกำลังเข้าตรวจยึดหนังสือนวนิยายลามกของ บริษัท หนังสือสายน้ำ จำกัด ... อาทิ ประกาศิตเจ้าชาย เกมล่าพิศวาส คืนร้อนเสน่ห์พิศวาส อสูรทะนง และสับสนกลรัก เป็นต้น ... เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับ นายฉัตรชัย ภัทวงศ์ ผู้ดูแลร้านและ นายธนพงษ์ อุปลพันธุ์ ข้อหาเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ลามกอนาจาร ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ * Racy books seized เนชั่น 19 ตุลาคม 2550 มีความบางตอนว่า Police yesterday caught two men at the 12th Book Expo Thailand 2007 selling pornographic novels and seized hundreds of the titillating tomes. * งานมหกรรมหนังสือฯ หนาว! สันติบาล-กระทรวงวัฒน์ตรวจยิบ พร้อมจัดเรต "พิชิตสื่อลามก" - จาก คมชัดลึก 21 ตุลาคม 2550 เพื่อเป็นการสรุปมาตรการความเข้มงวดของสื่อลามกในงานระดับชาติเช่นนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่ห้องวีไอพีหนึ่ง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้มีการจัดแถลงข่าวจากตัวแทน 3 หน่วยงาน ได้แก่ พ.ต.อ. สุทัศน์ อันทานันท์ รองผบก.อก.บช.ส ริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และ ลัดดา ตั้งศุภาชัย ผอ.เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม * หั่น"ฉากรัก"เหี้ยนกัน"โรมานซ์"มีปัญหา - จาก มติชน 24 ตุลาคม 2550
* มาเล่าความคืบหน้าที่ภัทราไปพบสันติบาลครับ เว็บบอร์ดกิ่งฉัตร 27 พฤศจิกายน 2550 มีบางตอนดังนี้ จากที่ทางสันติบาลประสานงานมาทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ให้ภัทราไปพบนั้น ... บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างกันเอง ประนีประนอม ทางสันติบาลขอความร่วมมือให้เพิ่มความระมัดระวังในการผลิตหนังสือ ส่วนเรื่องบทรักจะบรรยายได้แค่ไหนนั้น สรุปว่า ... สามารถบรรยายได้หมดยกเว้นการบรรยายอวัยวะพึงสงวนชัดเจนและการสอดใส่ นั่นคือถอดเสื้อผ้าเปลือยหมดก็ได้ กอดจูบลูบคลำได้ เล้าโลมได้ แต่อย่าบรรยายอวัยวะที่ชัดเจนว่ามีการสอดใส่ เราถามอีกว่า ถ้าบรรยายเป็นทำนองว่า ร่างทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว ได้ไหม คำตอบคือได้ คือต้องบรรยายอย่าให้เห็นภาพชัด ให้คลุมๆ เครือๆ นิดนึง |