* home   ชั้นหนังสือ : ข่าวหนังสือ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
เดือน มกราคม 2551
book

นิยายเทศน่าจับตา - โพสต์เมื่อ 6 มกราคม 51

A Partisan's Daughter - Louis De Bernieres
The Age of Shiva: A Novel - Manil Suri
Nothing to Be Frightened of - Julian Barnes
His Illegal Self - Peter Carey
Death at Intervals - Jose Saramago
Something to Tell You - Hanif Kureishi

ความเห็นต่อการแปลแฮร์รี่ เล่ม 7 - โพสต์เมื่อ 5 มกราคม 51

ฉบับแปลไทยของแฮร์รี่ตามมาด้วยเสียงโวยจนได้ เรื่องการรีบเร่งแปล (ใช้เวลาแปล 2 เดือน) ความสละสลวยของสำนวนแปล รูปเล่มที่ใช้กระดาษบาง 60 แกรม ทำให้ยับง่าย จนแฟนๆ ถึงกับรวมตัวเรียกร้องให้นานมีสังคายนาหนังสือชุดนี้และจัดพิมพ์ใหม่ เว็บนานมีเปิดกระทู้รับฟังข้อคิดเห็นเรื่องนี้จากนักอ่าน ข้อความต่อไปนี้รวบรวมจากพันทิพตามลิงก์ที่กำกับไว้ (ข้อความที่ไม่มีลิงก์นำมาจากลิงก์ใกล้ที่สุดก่อนหน้านั้น)

อเมซอน ออกเครื่องอ่านอีบุ๊ก - โพสต์เมื่อ 5 มกราคม 51

อเมซอนออกเครื่องอ่านอีบุ๊กชื่อ คินเดิล (Kindle) เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขายราคา $399 คินเดิลเก็บหนังสือได้กว่า 200 เรื่อง ใช้เทคโนโลยี E Ink เหมือนเครื่องอ่านของโซนี่ที่ทำให้อ่านง่าย การแสดงผลเป็นขาวดำ ไม่มีการแสดงแอนิเมชั่น แบตเตอรี่อยู่นาน 30 ชั่วโมง คินเดิลสามารถต่อเน็ตไร้สายได้ด้วยตัวเอง ทำให้ไม่ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์จากคอมพิวเตอร์ เราสามารถเล่นเน็ตจากเครื่องนี้ได้ และเข้าไปซื้อหนังสืออีบุ๊กจากร้านอเมซอนได้ง่ายดาย

หนังสือขายดีและหนังสือออกใหม่ฉบับอีบุ๊กขายในราคาเรื่องละ $9.99 นับว่าถูกกว่าหนังสือเล่ม ใครที่สนใจสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ทำได้ โดยจ่ายเพียงเดือนละ $13.99 แทนที่จะเป็น $50 กว่าเหรียญ

สตีเฟน เลวี เขียนในนิวส์วีคว่าเครื่องนี้ถือง่ายใช้สะดวก มีปุ่มกดสำหรับหน้าต่อไปและหน้าที่แล้วอยู่ทางขวาและซ้ายของเครื่อง กดง่ายเสียแต่ปุ่มใหญ่ไปหน่อย ทำให้พลาดไปโดนเรื่อย

เราไม่สามารถพิมพ์ข้อความจากหนังสือออกมาได้ ไม่สามารถก็อปปี้ข้อความจากหนังสือได้ ไม่สามารถขายต่อเมื่ออ่านจบ ไม่สามารถ "ให้ใครยืม" หนังสือได้

ชวนให้หนาวๆ ร้อนๆ กันบ้างแล้วหรือยัง นี่ชวนให้นึกถึงบทความ สิทธิ์การอ่าน ของริชาร์ด สตอลแมน ใช่หรือไม่

เมื่อคินเดิลเปิดตัวเป็น บทความเด่นใน Newsweek จึงมีผู้เขียนบทความ The Future of Reading (A Play in Six Acts) ตามมาที่อ่านแล้วยะเยือกใจเสียจริงๆ ในปี 2002 เจฟ เบโซส เจ้าของอเมซอนเคยบอกว่า "เมื่อเราซื้อหนังสือ เราซื้อสิทธิ์การขายต่อ การให้ยืม แม้แต่การยกให้ใครก็ได้หากต้องการ ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้" ทว่าตอนนี้ สัญญาการใช้งานคินเดิลระบุว่า "คุณไม่อาจขาย ให้เช่า ทำสัญญาเช่า แจกจ่าย เผยแพร่ ให้คำอนุญาต หรือยกสิทธิ์ใดๆ ของเนื้อหาดิจิทัลให้บุคคลที่สาม"

บทความหลังนี้เปรียบเทียบคำพูดของเบโซสหลายตอน กับเนื้อความจากหนังสือ 1984 ของออร์เวล เช่นการควบคุมประชาชนผ่านทางเทเลสกรีน สำหรับคินเดิลนั้น อุปกรณ์นี้จะเก็บข้อมูลเช่น เราอ่านหนังสือเล่มไหน อ่านครั้งสุดท้ายเมื่อใด หน้าใด ทำที่คั่นหนังสือไว้ที่ไหนบ้าง จดโน้ตอะไรไปบ้าง ไฮไลต์ข้อความใดบ้าง

หรือตอนใน 1984 ที่กล่าวถึงพรรคการเมืองที่เปลี่ยนแปลงความจริงตลอดเวลา โดยแก้ไขเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว แผ่นพับ หรือบันทึกใดๆ ที่ขัดแย้งกับความจริงใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น นับเป็นการแก้ไขประวัติศาสตร์ เปรียบเทียบกับที่เบโซส กล่าวว่า สำหรับอีบุ๊ก ผู้เขียนและนักอ่านจะยังสัมพันธ์กันแม้หลังการซื้อขาย สามารถแก้ที่ผิดได้ทันที และปรับปรุงเนื้อหาได้ "นักเขียนอาจแก้ไขตอนจบของหนังสือ หรือเปลี่ยนอะไรกลางเรื่องได้"

ก่อนหน้านี้ หนังสือที่ขายให้อุปกรณ์อีบุ๊กบางรุ่นจำกัดเวลาอ่าน (เช่นซื้อแล้วอยู่ได้ 90 วัน หลังจากนั้นจะอ่านไม่ได้) เบโซสบอกว่าห้องสมุดก็ทำอย่างนี้มาแล้ว นั่นคือพอหมดระยะเวลายืม เราก็จะอ่านหนังสือไม่ได้อีกต่อไป เหมือนดังเทปในหนัง Mission: Impossible เบโซสบอกว่าเขาเปิดรับความคิดว่าในอนาคต คินเดิลอาจทำอย่างนี้ก็เป็นได้

น่าตื่นเต้นจริงๆ

อิหร่านแบนนิยายล่าสุดของการ์เซีย มาร์เกซ - โพสต์เมื่อ 2 มกราคม 51

อิหร่านสั่งแบน Memories of My Melancholy Whores นิยายเรื่องล่าสุดของการ์เซีย มาร์เกซ หลังจากรอดหูรอดตาพิมพ์ครั้งแรกขายหมดเกลี้ยงไปแล้ว 5,000 เล่มภายในเวลา 3 สัปดาห์ กระทรวงวัฒนธรรมแจ้งว่าคำอนุญาตให้พิมพ์ครั้งแรกนั้นเป็นความผิดพลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบถูกไล่ออกไปเรียบร้อย

สำนักพิมพ์ผู้แปลหนังสือในอิหร่านก็น่ารักจริงๆ อุตส่าห์เลี่ยงไปใช้ชื่อหนังสือว่า "ความทรงจำของหวานใจแสนเศร้าของผม" แทนที่จะเป็น "ความทรงจำของกะหรี่แสนเศร้าของผม" แต่ก็ไม่รอดไปได้ โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับชายชราวัย 90 อยากมีเพศสัมพันธ์กับสาวรุ่นบริสุทธิ์ก็ไม่ได้ช่วยเลย โครงการต่อต้านหนังสือเล่มนี้จัดขึ้นโดยเว็บไซต์ฝ่ายขวา

การพิมพ์หนังสือทุกเล่มและทุกการพิมพ์ซ้ำในอิหร่าน ต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิถีอิสลาม ตั้งแต่ประธานาธิบดี มาห์มูด อามาดีเนจัด ครองอำนาจในปี 2005 การเซ็นเซอร์ในอิหร่านยิ่งเข้มงวดขึ้น รวมไปถึงการเซ็นเซอร์ดนตรีและหนังด้วย (หนังสือฉบับแปลจะถูกสั่งให้เปลี่ยนแปลงต่างไปจากต้นฉบับมาก ชนิดอ่านแล้วอาจจำไม่ได้) นัยยะเชิงวัฒนธรรมข้อนี้ทำให้นับว่าอิหร่านเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับประเทศไทยโดยแท้จริง เรายังเออออห่อหมกไปกับเขาสมัยเขาตามมาให้บ้านเราถอนหนังเรื่อง Persepolis ออกจากเทศกาลหนังเลย กระทรวงวัฒนธรรมควรส่งคนไปดูงานบ้านเขาโดยเร็ว

กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ เป็นนักเขียนยอดนิยมในอิหร่าน หนังสือ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ถูกแบนในอิหร่านเช่นกัน แต่มีฉบับสำเนาเถื่อนและฉบับมือสองให้หาซื้อได้ในตลาดมืด

สำหรับนิยายเล่มนี้ก็ไม่น่าห่วงหรอก เพราะว่าห้าพันเล่มที่ขายไปแล้วคงปรากฏในฉบับเถื่อนให้หาซื้อกันได้เช่นกัน

ไหม ฉบับหนัง - โพสต์เมื่อ 2 มกราคม 51

ไหม ของบาริกโก ฉบับภาพยนตร์ออกฉายแล้ว ได้รับคำวิจารณ์เชิงลบมากมาย เช่น วิลเลจวอยส์ บอกว่า "ไม่ใช่แค่แย่ แต่บ้าสุดๆ" โตรอนโตสตาร์บอกว่า หนังเรื่องนี้เป็นดังภาพเขียน "บังคับให้ผู้ชมเฝ้าดูภาพสวยงามเพื่อค้นหาร่องรอย ว่ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ บ้างหรือไม่"

นิวส์เดย์บอกว่าบทสนทนาทำให้นักแสดงเหมือนถูกพากย์เสียงภาษาอังกฤษ และเป็นการพากย์เลว สตาร์ทรีบูนจากมินนีอาโพลิส บอกว่าถ้ามีรางวัลหนังหดหู่แห่งปี เรื่องนี้ต้องชนะแน่นอน วาไรตี้บอกว่าน่าเบื่อแทบตาย ความเห็นจากวันกายส์โอพีเนียนบอกว่า "น่าสนใจเทียบเท่าสไลด์การท่องเที่ยวของเพื่อนบ้านคุณ" ฯลฯ

หนังสือที่ดี พอทำเป็นหนังแล้วก็ใช่จะดีเสมอไป ดังเช่นเรื่องนี้ที่เล่าน้อยๆ เมื่อเป็นหนังจึงกลายเป็นเรื่องนิ่งสนิทที่หลายคนบอกว่าสุดแสนน่าเบื่อไปได้
 

"เราพยายามขายหนังสือที่คิดว่า ใครอ่านก็น่าจะได้ประโยชน์จากมันนะครับ ไม่ขายหนังสือพวกฮาวทู (How To) เพราะเราเชื่อว่าชีวิตมันไม่มีทางลัด หรือพวกเรื่องรักเกาหลีญี่ปุ่นเราก็ไม่ขาย เพราะเราคิดว่าเราไม่รู้จะแนะนำให้เด็กอ่านมันด้วยเหตุผลอะไร เราอยากให้เด็กอ่านปรัชญา อยากให้เด็กอ่านเรื่องธรรมะ สังคมมากกว่า เราก็เลยไม่ขายหนังสือรักเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนังสือขายดีที่สุดตามชั้นวางหนังสือร้านใหญ่ๆ"

      -- สุรพล ลีลาภานุมาศ เจ้าของร้านหนังสือประตูสีฟ้า เอกมัย ซ. 10
      ที่มา : Metro Life 20-26 ตุลาคม 2550 หน้า 4

จิปาถะ - โพสต์เมื่อ 2 มกราคม 51

* แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เล่มล่าสุดวางขายแล้ว ดอทเห็นครั้งแรกในร้านถึงกับอุทานออกมาดังๆ ด้วยความประหลาดใจสุดซึ้ง เมื่อเห็นว่าหนังสือปกแข็งเป็นสันโค้ง แล้วทีพจนานุกรมของประเทศละก็ไม่ยอมทำสันโค้งเลยนะ (อ่านบทความเกี่ยวข้อง ความเข้าใจเรื่องหนังสือ การอ่าน และระบบหนังสือสาธารณะ)

* ชวนชม ปกหนังสือสวยแห่งปี 2007 เป็นหน้าปกสวยและน่าสนใจจริงๆ ดูแนวคิดแล้วคงอยากให้สำนักพิมพ์ไทยทำหนังสือปกสวยอย่างนี้บ้าง เล่มที่ดอทชอบมากคือ One Perfect Day ออกแบบเจ๋งจริงๆ บางเล่มเรียบง่ายคาดไม่ถึง แต่ช่างคิดเสียทุกเล่ม

* บทความ Destination for Reading จากเนชั่นวีคเอนด์ เล่าร้านหนังสือชื่อ Bookmark ตั้งอยู่ตึก The Third Place ทองหล่อ ซอย 10 เปิดมาได้แปดเดือนแล้ว เจ้าของเปิดร้านนี้ด้วยเชื่อว่าคนไทยรักการอ่าน ชั้นล่างเป็นหนังสือไทย และมีมุมหนังสือเด็กที่ตกแต่งไว้น่าไปชม เจ้าของร้านผู้เคยเป็นเจ้าของครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลกล่าวว่า "หนังสือภาพและเรื่องสำหรับเด็กนั้นราคาแพง โดยเฉพาะเทียบกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ ฉันจึงจัดให้มีมุมเด็กเพื่อให้พ่อแม่พาลูกๆ มาอ่านหนังสือได้ฟรี" ส่วนชั้นสองจัดเป็นนิทรรศการหนังสือ และมีหนังสือภาษาอังกฤษโดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการท่องเที่ยว ใครอยู่ใกล้ขอแนะนำให้ไปชม

* บทความอ่านพบจากเนชั่นวีคเอนด์เช่นกัน เสียดายที่ไม่มีลิงก์ในเน็ต ใครชอบหนังสือเก่าแก่หายากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ไปชมได้ที่ Librairie du Siam ถนนเพชรบุรี ตรงข้ามสถานทูตอินโดนีเซีย เปิดวันจันทร์ถึงเสาร์ 10.00-19.00 น. เจ้าของร้านเป็นนักสะสมหนังสือชาวฝรั่งเศส

* บทความ "เปิดโลกมืดด้วยหนังสือเสียง" จากโพสต์ทูเดย์ วันที่ 28 พ.ย. 2550 บอกข้อมูลสำหรับผู้สนใจอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอดฟัง ผู้สนใจอ่านหนังสือเสียงที่บีทูเอส สอบถามได้ที่ 02-646-1270-3 ต่อ 365 และติดต่อร่วมเป็นอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียงได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด 02-583-6518, 02-962-5818 ต่อ 12, 13, 14

สืบเนื่องจาก นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ - โพสต์เมื่อ 2 มกราคม 51

จากข่าว นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ มีผู้ส่งความเห็นมาดังนี้ ดอทขอขอบคุณยิ่งสำหรับความคิดเห็นและยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันค่ะ

สวัสดีครับ
เป็นแฟนเว็บมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว เห็นเรื่องมหกรรมหนังสือที่ทิ้งท้ายคำถามไว้แล้วเกิดอาการคันมือ เลยเขียนลงบล็อก แล้วก็โยนให้เพื่อนๆ ร่วมเขียนด้วย ถ้ายังไงเข้าไปอ่านได้ที่ http://house.exteen.com/20071018/entry ครับ

        จาก s--------@yahoo.com 19 ตุลาคม 2550

* * *
ความเห็นของฉันเรื่องงานมหกรรมลดราคาหนังสือแห่งชาติอยู่ในทางดี เนื่องจากเห็นด้วยที่ว่าเป็นการช่วยระบายสต๊อคของสำนักพิมพ์ และคนอ่านเองที่ไม่สามารถหาหนังสือบางเล่มที่ร้านหนังสือได้ ก็จะสามารถหาหนังสือเหล่านี้ได้จากในงานหนังสือ รวมไปถึงได้หาหนังสือดีๆ ราคาถูกได้อีกมากมาย ดังจะเห็นว่านักอ่านที่ฉลาดหลายคนพุ่งตรงไปที่กองลดราคาก่อนเป็นอันดับแรก หนังสือดีๆ ราคาไม่เกินร้อยสามารถหาได้ทั่วไปในงานหนังสือ

นักอ่านต่างจังหวัดเองไม่มีร้านหนังสือมากมายอย่างในกรุงเทพฯ นานที เข้ากรุงมางานหนังสือ ก็จะได้หาซื้อได้อย่างคุ้มค่า

ฉันเอง ถึงมีงานหนังสือ ก็ไม่ได้ซื้อหนังสือจากหน้าร้านน้อยลงเลย ก็ยังคงซื้อเป็นปกติ คนที่ซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว งานหนังสือเป็นเหมือนเทศกาลสำหรับเราที่จะได้ปลดปล่อยได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเป็นประจำ งานหนังสืออาจจะเป็นแค่ตลาดนัดแฟชั่น ก็ได้

ฉันคิดว่าหน้าร้านเองก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ทันกระแสด้วย จะเป็นแต่ร้านขายหนังสือเก่าทึบทึมก็ไม่ได้

ฉันมองร้านหนังสือในจังหวัดของตัวเอง หลายที่ไม่คิดจะปรับเปลี่ยนตัวเอง เกิดปัญหาต่างๆ มากมายจนต้องปิดตัวลงไป ที่แน่ๆ ก็เรื่องสต๊อค การจัดดิสเพลย์ จริงอยู่ ร้านที่เป็นเชนของแบรนด์ดัง (เช่น บีทูเอส ซีเอ็ด นายอินทร์) เข้ามาทำให้ร้านหนังสือเดิมเจอคู่แข่ง แต่ว่าก็ต้องคิดปรับตัวด้วย นี่คือความคิดของฉัน ถ้ายังมีมุมมองเดิมๆ ธุรกิจก็ไม่เติบโตนะ

แต่ฉันอาจจะเป็นนักอ่านที่ไม่ค่อยสงสารคนขายก็ได้ เพราะว่าคนอ่านอย่างฉันก็ต้องการร้านที่ดูทันสมัย สวย สะอาด น่าเข้าไปเลือกซื้อ ชอบร้านที่หนังสือมาไว ไม่ต้องคอยนาน จริงๆ แล้วจะมีส่วนลด หรือไม่มีก็ได้ ถ้าตอบสนองได้ตรงใจฉัน ฉันก็ซื้อ

สรุปแล้วฉันคิดว่า งานมหกรรมลดราคาหนังสือ ไม่ได้ทำให้ร้านหนังสือตายหรอก ถ้ารู้จักปรับตัว

        จาก r--------@hotmail.com 25 ตุลาคม 2550

* * *
ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับ นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ

เมื่อก่อนนี้เวลาไปเจอหนังสือที่ร้าน บางทีอยากได้แต่ว่าไม่ยอมซื้อ รอไปซื้องานสัปดาห์หนังสือ เพราะว่าจะได้ลดราคา แถมเวลาเข้าไปดู web เกี่ยวกับหนังสือ หรือไปอ่านเจอคอลัมน์แนะนำหนังสือ แล้วเจอหนังสือที่สนใจ ก็จะทำ list รายการไว้เลย กะว่าไปซื้อในงานฯ ทีเดียวเลย

แต่หลังๆ มานี่ก็เลิกค่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้วสำหรับร้านหนังสือที่ไปบ่อยๆ ก็จะทำบัตรสมาชิก ซึ่งใช้ลดราคาได้ส่วนหนึ่งอยู่แล้ว และอีกอย่างคือขี้เกียจแบกหนังสือเยอะๆ กลับบ้าน เพราะว่าไม่ได้ขับรถไปงานค่ะ เวลากลับบ้านต้องขนหนังสือเยอะๆ ไปรอรถเมล์ก็ลำบากอยู่ คิดไปคิดมา ส่วนลดที่เราได้จากงานสัปดาห์หนังสือ ก็ไม่ได้ลดมากขึ้นเท่าไร ก็เลยเลิกขน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเวลาเข้าไปดู web เกี่ยวกับหนังสือ หรือไปอ่านเจอคอลัมน์แนะนำหนังสือ แล้วเจอหนังสือที่สนใจก็จะทำ list รายการไว้ แล้วเราก็ไปซื้อกับร้านหนังสือที่ลดราคามากกว่าแทน

แต่ว่าเราก็ยังไปงานสัปดาห์หนังสืออยู่นะ แต่คราวนี้เราเปลี่ยน concept เป็นไปหาซื้อหนังสือที่ในร้านหนังสือไม่มีขายแล้วแทน อีกอย่างหนึ่งคือบางทีเวลามาซื้อในงานฯ จะได้เจอนักเขียนด้วย ถ้าเป็นหนังสือที่สนใจอยู่แล้ว ก็จะซื้อแล้วให้ขอให้เซ็นให้ด้วยเลย เป็นที่ระลึก

คิดว่ายังไงก็จะไม่เลิกไปงานสัปดาห์หนังสือแน่นอน จริงๆ แล้วการลดราคาก็คงจะมีส่วนบ้างในการซื้อหนังสือ แต่ว่ามันคงไม่ใช่เหตุผลหลักแน่นอนค่ะ คนที่ชอบอ่านหนังสือจริงๆ คงไม่รอเพื่อจะซื้อหนังสือแค่ปีละ 2 ครั้งหรอก แต่ปีนี้ไม่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือเลย ทั้ง 2 งาน เสียดายจัง เพราะว่าปีนี้เราถูกส่งมาทำงานที่เวียดนาม

พอดีช่วงที่เราได้กลับบ้านมันไม่ตรงกับช่วงที่จัดงานเลยทั้ง 2 ครั้ง ก็เลยไม่ได้ไป (แต่ก็ยังอดไม่ได้ ใช้วิธี mail ชื่อหนังสือไปแล้วฝากให้น้องชายซื้อให้แทน) ที่นี่ร้านหนังสือไม่เยอะเท่ากับที่กรุงเทพฯ ร้านที่ใหญ่หน่อยก็ยังไม่เท่ากับร้านหนังสือใหญ่ๆ ที่บ้านเรา มีหนังสือให้เลือกไม่มากเท่า ตอนนี้เลยใช้วิธีขนหนังสือจากบ้านมาอ่านที่นี่แทน ก็จะมีเพื่อนที่ทำอย่างนี้เหมือนกัน แล้วก็เอามาแลกกันอ่าน

อย่าลืมเข้ามา update web บ่อยๆ นะคะ รออ่านอยู่ค่ะ

        จาก kasama 7 พฤศจิกายน 2550

คิดว่าต่อไปใครๆ คงไม่อยากพลาดงานหนังสือเป็นแน่ เพราะเดี๋ยวนี้มีโชว์กวาดล้างหนังสือมาสร้างความระทึกขวัญให้ด้วย ดอทอนาถใจยิ่งกับข่าวการล้างผลาญหนังสือโรมานซ์โดยไร้สติ ที่แย่ไปกว่านั้นคือคนในวงการดูจะบ้าจี้ไปตามๆ กันด้วยน่ะซี

ควันหลงงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ เมื่อ โรมานซ์ = ลามก - โพสต์เมื่อ 3 มกราคม 51

Moment of Truth : Maggie Priceตัวหนาจากข่าวต่อไปนี้จัดทำโดยเฟลิซิตี้สำหรับผู้อ่านเกียจคร้าน ดอทอยากเก็บข่าวนี้ไว้ให้อ่านกันละเอียดๆ เพื่อความบันเทิง

"ตำรวจความคิดจะจับเขาได้อยู่ดี เขาได้กระทำ---จะกระทำ---ความผิดร้ายแรงที่รวมเอาความผิดอื่นๆ ทั้งหมดไว้ในตัว---แม้เขาจะไม่เคยจับปากกาเขียนออกมา ความผิดนี้เรียกกันว่าอาชญากรรมทางความคิด เราไม่สามารถปกปิดอาชญากรรมทางความคิดได้ตลอดไป เราอาจหลบหนีได้สักพัก อาจจะหลายปี แต่ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาจะจับเราได้"
      --- 1984, George Orwell

* ฟันอาญา 2 สำนักพิมพ์นิยายโป๊ สมาคมลงโทษขับพ้นสมาชิก - จาก มติชน 20 ตุลาคม 2550

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ.ต.อ.สุทัศน์ อันทานนท์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, นางริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวเรื่องการเข้ายึดหนังสือนวนิยายที่เข้าข่ายลามกอนาจาร ที่นำมาจำหน่ายในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

พ.ต.อ.สุทัศน์กล่าวว่า หลังจากได้รับร้องเรียนจากเครือข่ายผู้ปกครองว่ามีนวนิยายแปลแนวโรแมนซ์ ที่มีข้อความยั่วยุกามารมณ์เข้าข่ายลามกอนาจาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจ จนยึดหนังสือของบริษัทหนังสือสายน้ำ จำกัด ได้ 486 เรื่อง ราว 6,000 เล่ม และหนังสือของสำนักพิมพ์ภัทราอีก 40 เรื่อง ราว 120 เล่ม ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับนายฉัตรชัย ภัทวงศ์ และนายสมภพ นวลศรี ผู้ดูแลบู๊ธบริษัทหนังสือสายน้ำ และนายประพจน์ บุณยพุทธิกุล ผู้ดูแลบู๊ธหนังสือสำนักพิมพ์ภัทรา ข้อหาเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ลามกอนาจาร และสั่งให้ปิดบู๊ธแล้ว

ด้านนางริสรวลกล่าวว่า 99% ของหนังสือในงานมหกรรมเป็นหนังสือดี เพราะสมาคมประกาศห้ามนำสิ่งพิมพ์ที่มีภาพและเนื้อหาอนาจารมาจำหน่ายอย่างเด็ดขาด ส่วนที่มีสอดแทรกเข้ามานั้น สมาคมได้ลงโทษโดยเพิกถอนสมาชิกภาพของทั้งสองสำนักพิมพ์ ซึ่งเป็นโทษสูงสุดของทางสมาคม

"นับแต่นี้องค์กรทั้ง 3 คือ สมาคมผู้จัดพิมพ์ ตำรวจ และกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม จะร่วมมือกันกวดขันมากขึ้น เพราะงานนี้มีเด็กและเยาวชนมาดูกันเกินกว่า 50% นอกจากนี้ นิตยสารที่หน้าปกเป็นนางแบบถ่ายภาพในลักษณะวาบหวิวก็จะไม่ให้จำหน่ายด้วย" นางริสรวลกล่าว

* ตร. จับหนังสือลามกในงานหนังสือระดับชาติ - โพสต์ทูเดย์ 18 ตุลาคม 2550

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลนำกำลังเข้าตรวจยึดหนังสือนวนิยายลามกของ บริษัท หนังสือสายน้ำ จำกัด ... อาทิ ประกาศิตเจ้าชาย เกมล่าพิศวาส คืนร้อนเสน่ห์พิศวาส อสูรทะนง และสับสนกลรัก เป็นต้น ... เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับ นายฉัตรชัย ภัทวงศ์ ผู้ดูแลร้านและ นายธนพงษ์ อุปลพันธุ์ ข้อหาเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ลามกอนาจาร ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

* Racy books seized เนชั่น 19 ตุลาคม 2550 มีความบางตอนว่า

Police yesterday caught two men at the 12th Book Expo Thailand 2007 selling pornographic novels and seized hundreds of the titillating tomes.
      Ladda Tangsupachai, director of the Culture Watch Centre, praised the police for cracking down on salacious material.

* งานมหกรรมหนังสือฯ หนาว! สันติบาล-กระทรวงวัฒน์ตรวจยิบ พร้อมจัดเรต "พิชิตสื่อลามก" - จาก คมชัดลึก 21 ตุลาคม 2550

เพื่อเป็นการสรุปมาตรการความเข้มงวดของสื่อลามกในงานระดับชาติเช่นนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่ห้องวีไอพีหนึ่ง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้มีการจัดแถลงข่าวจากตัวแทน 3 หน่วยงาน ได้แก่ พ.ต.อ. สุทัศน์ อันทานันท์ รองผบก.อก.บช.ส ริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และ ลัดดา ตั้งศุภาชัย ผอ.เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม

พ.ต.อ. สุทัศน์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกับปัญหาดังกล่าว เมื่อพบว่ามีหนังสือไม่เหมาะสมในงานที่มีเด็กเยาวชนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงยื่นฟ้องร้านจัดจำหน่ายหนังสือจำนวน 3 บูธดังกล่าว และห้ามจัดจำหน่ายในงานเด็ดขาด และจะจัดส่งทีมเจ้าหน้าที่เป็นกรรมการร่วมเพื่อตรวจสอบดูแลหนังสือต่างๆ ในครั้งนี้และต่อๆ ไปด้วย ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สันติบาลจะช่วยกลั่นกรองให้งานมหกรรมฯ มีแต่หนังสือที่สร้างสรรค์ ... หนังสือบางเล่มของ อีแร้ง ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี

ขณะที่ลัดดากล่าวว่า ... จะคาดหวังให้พ่อแม่ผู้ปกครองมาเป็นผู้กลั่นกรองอย่างเดียวคงไม่ได้ ... ใช่ว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะมีวุฒิภาวะเหมือนกันหมด

* หั่น"ฉากรัก"เหี้ยนกัน"โรมานซ์"มีปัญหา - จาก มติชน 24 ตุลาคม 2550

เพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และเพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น นวนิยายแนวโรมานซ์เล่มต่อๆ ไปของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ก็จะตัดฉากรักออกจากหนังสือให้หมด "ทุกเล่มที่จะออกหลังจากนี้จะขอให้นักแปลของเราตัดบทรักออกไป คงไว้แต่เนื้อเรื่อง ให้กลายเป็นนิยายแปลธรรมดา ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะกระทบยอดขายหรือเปล่า แต่เรื่องราวที่สนุกก็น่าจะช่วยได้ คิดว่าผู้อ่านน่าจะเข้าใจและเห็นใจในความจำเป็น"
      -- กัญหา แก้วไทย ผู้จัดการสำนักพิมพ์แก้วกานต์

* มาเล่าความคืบหน้าที่ภัทราไปพบสันติบาลครับ เว็บบอร์ดกิ่งฉัตร 27 พฤศจิกายน 2550 มีบางตอนดังนี้

จากที่ทางสันติบาลประสานงานมาทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ให้ภัทราไปพบนั้น ... บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างกันเอง ประนีประนอม ทางสันติบาลขอความร่วมมือให้เพิ่มความระมัดระวังในการผลิตหนังสือ ส่วนเรื่องบทรักจะบรรยายได้แค่ไหนนั้น สรุปว่า ... สามารถบรรยายได้หมดยกเว้นการบรรยายอวัยวะพึงสงวนชัดเจนและการสอดใส่ นั่นคือถอดเสื้อผ้าเปลือยหมดก็ได้ กอดจูบลูบคลำได้ เล้าโลมได้ แต่อย่าบรรยายอวัยวะที่ชัดเจนว่ามีการสอดใส่ เราถามอีกว่า ถ้าบรรยายเป็นทำนองว่า ร่างทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว ได้ไหม คำตอบคือได้ คือต้องบรรยายอย่าให้เห็นภาพชัด ให้คลุมๆ เครือๆ นิดนึง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่กล่าวมาคือการพูดคุยตกลงกัน ณ ขณะนี้ แต่ก็จะต้องรอผลสรุปจากการประชุมใหญ่ที่กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้จัดอีกที ... หลังจากพูดคุยอย่างเป็นกันเองจนเข้าใจกันแล้ว ท่านสารวัตรก็ได้หยิบหนังสือกล่องใหญ่มาให้ดู บอกว่านี่คือหนังสือที่มีผู้หวังดี (?) ส่งมาให้ ทุกคนที่ไปร่วมประชุมได้เปิดออกดูพร้อมกันพบว่ามีหนังสืออยู่สิบกว่าเล่ม เป็นของสำนักพิมพ์ 7 แห่งดังต่อไปนี้ แก้วกานต์, ภัทรา, สายน้ำ, สยามอินเตอร์เลิฟ, ชูการ์บีท, แสงดาว, และดอกหญ้า ซึ่งแต่ละเล่มได้มีการพับหน้าที่มีบทรัก พร้อมทั้งใช้ปากกาไฮไลต์ขีดข้อความที่เป็นบทรัก เรียกได้ว่าอำนวยความสะดวกเต็มที่ กลัวตำรวจหาไม่เจอ


 
 

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ