* home   ชั้นหนังสือ : ข่าวหนังสือ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
เดือน พฤศจิกาคม 2554
book

ความสำคัญของการอ่านหนังสือ - โพสต์เมื่อ 25 พฤศจิกาคม 54

ข่าวน้ำท่วมอาจทำให้เครียด แต่นายกจัดวิธีคลายเครียดสร้างความบันเทิงให้ชาวบ้านเสมอๆ เช่นการเรียกจังหวัดสิงห์บุรีเป็นสระบุรี อ่าน 53,918 ล้านบาทว่า ห้าหมื่นสามแสน... พูดคำว่าหญ้าแฝกเป็นหญ้าแพรก พูดว่าจะเร่งรัดการระบายน้ำภายในวันที่ 5 พฤศจิกาคม (ทำให้ชาวบ้านขวัญหายเป็นแถบๆ) พูดเรือดันน้ำเป็นเรือดำน้ำ ลาดกระบังเป็นลาดพร้าว น่ารักน่าเอ็นดู แถมกระทรวงต่างประเทศสหรัฐถอดเทปคำกล่าวของนายก ซึ่งมีจุดที่ฟังไม่ออก 12 ที่ (หรือที่ฝรั่งพูดผิดว่า inaudible) ในการแถลงข่าวกับฮิลลารี คลินตัน ดอทฟังแล้วขอค้านว่าเป็นเพราะไม่ให้คนไทยช่วยฟัง เพราะดอทฟังแล้วไม่รู้เรื่องเพียง 4 ที่เท่านั้น เฉพาะที่ไม่มีเครื่องหมาย ? (overwhelm, (in kind?), frequency, ต้นฉบับมีวงเล็บ (HADR) ทำให้นายกอ่านและฝรั่งงง, developing, HADR งงซ้ำซาก, and transparent, visiting?---with?, introgate?, vocal?, ...(ตรงนี้เป็นบ่นไปบ่นมาเหมือนการกระแอม ฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่สำคัญอะไร, implied with) แต่อย่างน้อยก็ต้องนับถือน้ำใจที่ฝรั่งไม่ได้ใส่ใจใช้คำผิดๆ เป็นทำนองว่านายกไทยประกาศชัยชนะเหนือฮิลลารีอีกครั้งหนึ่ง "Let me begin by OVERCOME Secretary Clinton to Thailand once again"

มีเสียงตำหนิว่าคนไม่ควรไปว่าเธอเพราะเธอเป็นคนต่างจังหวัด แต่เท่าที่ดอทรู้จักคนต่างจังหวัดมาก็ไม่เคยได้ยินว่า ห้าหมื่นสามแสน... ดังนั้นที่นายกพูดผิดไม่น่าจะเป็นเพราะเธอไม่รู้ แต่น่าจะเป็นเพราะตื่นเต้นและทำอะไรที่ไม่เคยชินมากกว่า ขอแนะนำหนังสือ อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถานสำหรับผู้เขียนสคริปต์ เพื่อให้ผู้เตรียมสคริปต์เขียนคำอ่านแทนที่จะเขียนตัวเลข เช่น ห้าหมื่นสามพันเก้าร้อยสิบแปดล้าน แทนที่จะเขียน 53,918 ล้าน และควรอ่านหนังสือเล่มนี้โดยด่วน How to Talk About Books You Haven't Read

หวังว่าประสบการณ์นี้จะทำให้กระทรวงศึกษาธิการเห็นความสำคัญของการรู้ภาษาไทยให้มากขึ้น ซึ่งเราต้องฝากความหวังไว้กับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีศึกษาธิการ ที่เคยออกไอเดียบรรเจิดเมื่อครั้งเป็น รมว. กระทรวงวัฒนธรรม ในปี 2551 ว่าให้ไทยส่งออกปลัดขิก ควายธนู น้ำมนต์ ฯลฯ เป็นสินค้าวัฒนธรรม โดยทำเป็นพวงกุญแจที่ระลึก ซึ่งสินค้าทุกชิ้นจะมีใบรับรองว่าเป็นของจริง (เหล็กน้ำพี้จาก บ้านเมือง เสริมว่า "อยากต่อยอดเพิ่มรายการของขลังจากมนต์ดำอีกหลายรายการเข้าไปด้วย เช่น อีเป๋อ, ไอ้งั่ง รัก-ยม ดินอาถรรพณ์ผีตายโหง 7 ป่าช้า และอื่นๆ เท่าที่จะค้นหาจากประวัติศาสตร์พื้นบ้านได้")

"ที่สำคัญขณะนี้ผมมีแนวความคิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนคือจะพยายามสร้างสรรค์เรื่องราวเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสินค้าวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่องความเชื่อของชาวบ้าน เช่น พญานาค ควายธนู เสน่ห์ยาแฝด น้ำมนต์ ปลัดขิก นำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ขายในรูปแบบพวกกุญแจของที่ระลึกกันไปเลยโดยเบื้องต้นจะต้องทำการศึกษาเรื่องราวที่มาที่ไปอย่างเป็นระบบเป็นองค์ความรู้ ไม่ใช่ปล่อยเป็นเรื่องงมงายเหมือนแต่ก่อน สินค้าทุกประเภทจะต้องมีใบรับรองว่าเป็นของจริง เช่นใบรับรองว่าเป็นควายธนู เสน่ห์ยาแฝดของจริงของจังหวัดนั้นๆ จากนั้นจะพัฒนาเรื่องราวสินค้าเหล่านี้ไปเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่นสร้างเป็นภาพยนตร์เป็นต้น ความคิดเช่นนี้อาจไม่เคยมีใครคิดมาก่อนแต่เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่" นายวรวัจน์ กล่าว
-- วธ.สั่งปั้น ควายธนู-เสน่ห์ยาแฝด เป็นสินค้าวัฒนธรรม คมชัดลึก

วันที่ นิวัติ กองเพียร กลับไปดูบ้าน - โพสต์เมื่อ 22 พฤศจิกาคม 54

ข่าวไทยพีบีเอส วันที่ 17 พ.ย. ช่วงไทยบันเทิง เสนอสกู๊ปการเดินทางไปดูบ้านของนิวัติ กองเพียร ซึ่งท่วมมาหนึ่งเดือนแล้ว แม้จะขนหนังสือขึ้นสูงจากพื้นหนึ่งเมตรแล้ว แต่ก็ไม่พ้นน้ำที่มาสูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้หนังสือเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะหนังสือศิลปะ ประวัติศาสตร์ หนังสือรวมภาพนู้ด ที่สะสมมาเกือบสี่สิบปี

"ทั้งตู้เลยครับของเพ็ญพักตร์ ทั้งตู้เลย ผมเก็บมาตั้งแต่เค้าเป็นสาวน่ะ ตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ตั้งแต่เป็นนางงามครั้งแรกเลยน่ะ ผมมีรูปเค้า มีห้องเค้าด้วย แล้วหนังสือเค้าผมก็ไม่ได้เก็บ ผมคิดว่ามันน่าจะพ้นไง มันก็ไม่พ้น เพราะน้ำมันมาเกินที่เราจะคำนวณถูก ... มันมีความผูกพัน มันมีความผูกพันสูง มันเหมือนคน มันมีชีวิต หนังสือบางเล่มเราซื้อมาเพราะ โอ้โห่... เราหาเงินตั้งนานกว่าจะซื้อหนังสือราคาแปดพันบาทหรือสองหมื่นบาทได้ หนังสือศิลปะภาษาอังกฤษนี่มันราคาสองหมื่นสามหมื่นบาท ไม่ใช่เล่มนึงยี่สิบบาท

ทีวี วิทยุ เครื่องเสียงอะไรทั้งหลายแหล่นี่มันตัดง่าย แต่หนังสือมันตัดยาก เพราะเราเกิดมากับหนังสือ ชีวิตเราเกิดมากับหนังสือ เรามีความรู้เรามีความสามารถมีอะไรต่างๆ เขียนหนังสือได้เขียนหนังสือเป็นจนเดี๋ยวนี้นี่ก็เพราะเหตุว่ามาจากหนังสือ หนังสือมันซื้อใหม่ไม่ได้ นะครับ หนังสือที่พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง ปีที่หนึ่ง ฉบับที่หนึ่งเนี่ยมันหาซื้ออีกไม่ได้ ถ้าเราซื้อหนังสือพิมพ์ครั้งที่สามสิบนี่มันต่างกันนะครับ"

คุณต้องอ่านจดหมาย วันที่ได้กลับบ้าน ของนิวัติ กองเพียรให้ได้ เขาเขียนได้จับจิตจับใจชวนให้หัวใจสลาย คนรักหนังสืออ่านแล้วจะต้องน้ำตาซึม

พื้นที่ผมย่ำลงไปมีแต่หนังสือที่จมอยู่ มันละลายเลื่อนไหลไปกับเท้าที่ย่ำไป จนผมต้องเดินออกมาด้วยเศร้าสะเทือนใจแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ผมจะรักหนังสือได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ จะไม่รักมันอย่างไรได้ ที่นั่งเขียนเป็นเรื่องเป็นราวอยู่นี่ก็เพราะหนังสือที่จมอยู่ในน้ำไม่ใช่หรือ ความรู้ทั้งหมดที่ได้มาก็หนังสือทั้งนั้น เก็บหอมรอมริบเงินกว่าจะได้ซื้อหนังสือสักเล่ม ทะนุถนอมหอบหิ้วกันไปทุกที่ทุกแห่งที่ต้องโยกย้าย จนมาถึงวันนี้ที่เป็นเรือนตาย ก็ต้องมาจ่อมจมล่มสลายลงเสียแล้ว

จดหมายของคุณนิวัติทำให้นึกถึงบทกวี One Art ที่กินใจมากของเอลิซาเบท บิชอป (ถ้าอ่านต้นฉบับได้ขอให้ไปอ่าน เพราะไพเราะมาก) แปลคร่าวๆ ว่าศิลปะแห่งการสูญเสียนั้นเป็นเรื่องที่เชี่ยวชาญได้โดยไม่ยากเย็นอะไร สิ่งของหลายอย่างถูกกำหนดแล้วว่าวันหนึ่งจะสูญไป จนความสูญเสียเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เราทำของหายทุกวัน ตั้งแต่ทำกุญแจบ้านหาย ทำเวลาให้สูญเปล่า เราฝึกการสูญเสียขั้นสูงขึ้นไป ฝึกการสูญเสียที่เร็วขึ้น ทั้งสถานที่ ชื่อต่างๆ ที่ที่เราตั้งใจจะไปเที่ยว การสูญเสียทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

ฉันทำนาฬิกาของแม่หาย ดูสิ ยังมีบ้านที่รักยิ่งสามหลังล่าสุดที่ต้องสูญเสียไป เสียเมืองที่น่ารักไปสองเมือง เสียอาณาจักรของตัวเองไป เสียแม่น้ำสองสาย และทวีป ฉันคิดถึงสิ่งเหล่านั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แม้กระทั่งการเสียเธอไป (ทั้งเสียงล้อเลียนและท่าทีที่ฉันรัก) ฉันจะไม่พูดปด ว่าศิลปะแห่งการสูญเสียนั้นเป็นเรื่องที่เชี่ยวชาญได้โดยไม่ยากกระไร แม้จะดูเหมือนว่า (ยอมรับมาดีๆ!) มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

One Art
by Elizabeth Bishop

The art of losing isn't hard to master;
so many things seem filled with the intent
to be lost that their loss is no disaster.

Lose something every day. Accept the fluster
of lost door keys, the hour badly spent.
The art of losing isn't hard to master.

Then practice losing farther, losing faster:
places, and names, and where it was you meant
to travel. None of these will bring disaster.

I lost my mother's watch. And look! my last, or
next-to-last, of three loved houses went.
The art of losing isn't hard to master.

I lost two cities, lovely ones. And, vaster,
some realms I owned, two rivers, a continent.
I miss them, but it wasn't a disaster.

--Even losing you (the joking voice, a gesture
I love) I shan't have lied. It's evident
the art of losing's not too hard to master
though it may look like (Write it!) like disaster.

บทสนทนาบางตอนจากรายการตอบโจทย์ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมาสัมภาษณ์เป็นเอก รัตนเรือง เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม (ไม่เกี่ยวกับข่าวหนังสือ มีแต่ฉากการสัมภาษณ์ที่เห็นหนังสือ โดยเฉพาะกราฟิกโนเวลที่น่ากรี๊ดสุดๆ)

เป็นเอก - ผมจำได้ว่าผมดูแบ็ตแมนภาคดาร์กไนต์ แล้วโจ๊กเกอร์มันพูดประโยคนึงบอกว่า ถ้าเราเอาประชาธิปไตยมาใส่ในสังคมที่ไม่มีระเบียบเนี่ย เราก็จะมีแต่ chaos เราก็จะมีแต่ความวุ่นวาย เราก็ อู๊ย โจ๊กเกอร์มันน่ามาเป็นนายกประเทศกูจังเลย

... สื่อที่ต้องการจะทำเรื่องนี้ให้เป็นดราม่าให้ได้อยู่ตลอดเวลา แล้วก็ร่วมมือกับประชาชนที่พร้อมจะมีไมค์ยื่นเข้ามาเมื่อไหร่ก็พร้อมจะดราม่าได้ คือผมเห็นใจนะ โดนน้ำท่วมแล้วบ้านแบบ ต้องอยู่ชั้นสองกัน มันก็เป็นความไม่สะดวกในสเกลที่ใหญ่น่ะ แต่ว่าพออาทิตย์นึงผ่านไป สองอาทิตย์ผ่านไป สามอาทิตย์ผ่านไป จริงเหรอ คุณยังไม่เลิกบ่นอีกเหรอว่าความช่วยเหลือไม่เห็นมาเลย อะไรไม่เห็นมาเลย นี่มันสามอาทิตย์แล้วความช่วยเหลือมันไม่มานี่ คุณอย่าหวังว่ามันจะมาเลย คุณก็ต้องหาข้าวกินใช่ไหม คุณก็ต้องจัดการน่ะ มีเรือผ่านมาก็ต้องโบกนั่งไป แต่ว่า ตอนนี้พอดูข่าวตอนกลางคืนมันก็จะมีไมค์ยื่นเข้าไป แล้วก็มีคนที่พร้อมจะร้องไห้ พร้อมจะ...

ภิญโญ - เขาอาจจะเศร้าจริงๆ ให้สัมภาษณ์แบบนี้เดี๋ยวคืนนี้โดนเฟซบุ๊ก โดนทวิตเตอร์ถล่มเลยนะฮะ

เป็นเอก - ผมไม่มีเฟซบุ๊ก

ภิญโญ - แต่เขาถล่มกันในเฟซบุ๊กคนอื่น บอกว่าคุณเป็นเอกใจดำจริงๆ

เป็นเอก - แต่ผมไม่ได้อ่านเรื่องพวกนี้

ภิญโญ - ก็เลยไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

เป็นเอก - ฮะ

ภิญโญ - ตกลงมันดราม่าจริงๆ หรือสื่อไปทำให้มันดราม่า หรือเรื่องคราวนี้มันเศร้าสะเทือนใจทุกขเวทนา

เป็นเอก - คือผมว่ามันเป็นคอมบิเนชันของทุกอย่าง อย่างที่บอก มันก็เศร้านะถ้าคุณโดนน้ำท่วมถึงชั้นสอง แต่ว่ามิวสิควีดิโอบางอันมันก็เกินน่ะ คือมีอยู่วันผมดูข่าวช่องไหนผมจำไม่ได้ แต่ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ยังติดตามข่าวอยู่ แล้วผมนั่งดูอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงนั้นเนี่ยผมเลยเริ่มนับช็อตที่เขาใช้ จำนวนช็อตน้ำท่วมเนี่ย ผมนับไปนับมาในครึ่งชั่วโมงเขาใช้เก้าช็อต แต่ว่าตัด ยำไปยำมา สลับไปสลับมา ยำไปยำมาอย่างนี้ พอถึงท้ายๆ ปั๊บมันเริ่มไม่ค่อยได้ผลก็เริ่มมีเปิดเพลง มีสกอร์เข้ามาบางๆ คือเนี่ย อย่างนี่ที่ผมหมายถึง คือผมไม่ได้ไม่เห็นใจคนน้ำท่วมอะไร

ภิญโญ - แต่ไปทำให้มันดราม่าเกินเหตุ

เป็นเอก - ครับ คือมันไม่ช่วยอะไรน่ะ สำหรับผม แม้กระทั่งว่าการบ่นน่ะ การที่มีไมค์มายื่นใส่แล้วเราก็บ่นไปว่าข้าวไม่เห็นมา เรือไม่เห็นมา ถ้าผมอยู่ในสภาพเดียวกันกับเขา ผมคิดว่าให้ผมไปทำแบบนั้นมันก็ไม่ช่วย

ภิญโญ - คือต้องพึ่งตัวเองแล้วตอนนั้น

เป็นเอก - ครับ

ภิญโญ - ทีนี้ผมก็ถามว่าอ้าว ถ้าอย่างนั้นมีรัฐบาลไว้ทำอะไร มีศปภ. ไว้ทำอะไร มีนายกรัฐมนตรีไว้ทำอะไร

เป็นเอก - เขาต้องช่วยเราน่ะฮะ แต่ว่าเขาช่วยไม่ได้น่ะ เขาช่วยไม่ได้

ภิญโญ - เขาช่วยตัวเองได้ไหม

เป็นเอก - บ้านนายกก็น้ำท่วมไม่ใช่เหรอ

ภิญโญ - ในฐานะผู้กำกับการแสดง พี่ต้อมมองนายกรัฐมนตรีในฐานะดารานำฝ่ายหญิงเนี่ย เห็นอะไรฮะ

เป็นเอก - ผมว่าเขาไม่ใช่นักแสดงฮะ ... ถ้าเราคิดถึงเขาในฐานะนักแสดง ผมว่าเขาอาจจะไม่ใช่นักแสดงที่ดี ไม่ใช่นักแสดงที่เก่งมากน่ะฮะ

ภิญโญ - เพราะว่าอะไรฮะ

เป็นเอก - คืออย่างแรก เขาควบคุมเสียงตัวเองก็ไม่ได้ เสียงมันจะเหินไปเหินมาเวลาพูด

ภิญโญ - มันสะท้อนอะไรครับ เหินไปเหินมาเนี่ย

เป็นเอก - ตื่นเต้นไง ตื่นเต้น คือนักแสดงอย่างแรกต้องควบคุมเสียงตัวเองได้ก่อนนะ คุณอาจจะไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไรอยู่ คุณอาจจะตื่นตกใจอยู่ แต่ว่าถ้าเป็นนักแสดงที่ตี พอสเลตมันตีแป๊กนี่ คล้ายว่ามันต้องเข้าไปอยู่ในโหมดนั้นได้

ภิญโญ - เราต้องทำเนียนๆ ไว้ใช่ไหมครับ

เป็นเอก - ใช่ แล้วก็ต้องไม่ให้ใครจับได้ว่าเราไม่รู้ว่าเราพูดถึงอะไรอยู่ ใช่ไหมฮะ

ภิญโญ - ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่

เป็นเอก - ไม่ใช่ฮะ เขาอินโนเซนต์มาก เขาโชว์หมดเลยฮะ ว่าเขาไม่รู้อะไร เขาอะไร เขาโชว์หมดเลย แต่ว่าผมก็ (พูดกลั้วหัวเราะ) เห็นใจเขานะครับ ก็คงเหมือนถ้าเอาผมเป็นนายกรัฐมนตรีน่ะครับ ก่อนอื่นเขาไม่ได้มีความใฝ่ฝันที่จะมาอยู่ตรงนี้น่ะครับ ไม่รู้นะเท่าที่ผมรู้สึก ถ้าเขามีความใฝ่ฝันเขาคงทำอย่างอื่นเพื่อปูทางมา แต่ว่าอันนี้ก็ไม่ หกอาทิตย์ก่อนวันเลือกตั้งผมรู้จักว่าเขาเป็นใครเลย แสดงว่าเขาไม่ได้วางแผนมา แล้วอุตสาหกรรมการเมือง ไอ้ politic business เนี่ยมันเป็นอุตสาหกรรมที่เล่นยากมาก

ภิญโญถามถึงอภิสิทธิ์ ในฐานะดาราแสดงนำฝ่ายชาย

เป็นเอก - ผมว่าเขาเป็นดาราที่ดีกว่า ผมไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนที่ดีกว่านะครับ ผมบอกว่าเขาเป็นดาราที่ดีกว่า เขาอาจจะเป็นก็ได้ไงแต่ผมไม่ได้พูดในฐานะมนุษย์ ผมพูดในฐานะเป็นดารา เพราะเขามีประสบการณ์ เขาคุมเสียงเขาได้ แล้วตรรกะที่เขาพูด ฟังดูเผินๆ มันก็เมกเซนส์ แต่ผมว่าในที่สุดมันก็กลับมาเรื่องเดิม มันก็เป็นเรื่องของโวหารในที่สุด พอคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกจริงๆ ประสบการณ์มากกว่ายิ่งลักษณ์ตั้งเยอะ แต่ตอนที่เขาเป็นนายกจริงๆ เขาก็ควบคุมอะไรไม่ได้เต็มไปหมดเลย ผมจำได้ว่าตอนช่วงปลายๆ ก่อนที่เขาจะเลือกตั้งใหม่ก่อนยุบสภาแถวนั้นฮะ ผมก็เริ่มฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องเหมือนกันนะฮะ เพราะเขาต้องพูดในเรื่องที่เขาไม่รู้เหมือนกัน คือคนอื่นไปทำบาปไว้ แล้วพอเรื่องแดงขึ้นมาเขาก็เป็นคนต้องมารับ เราก็จะเห็นว่าเขาก็มั่วๆ เอา แต่ว่าเขาเป็นนักแสดง แสดงดีน่ะ

เป็นเอก - ... ผมคุยกับพี่สาว ผมก็บอกว่า เอ้อเฮ้ยดีนะประเทศไทยนี่ วิกฤตทุกอย่างแม่งแก้ได้ด้วยมิวสิควีดิโอหมดเลย แล้วมันจะมีเรื่องอะไรก็ทำมิวสิควีดิโอมา แล้วแก้ปัญหาได้ พี่สาวผมก็บอกว่าหรือไอ้เนี่ย จริงๆ แล้วเนี่ยมันคือคนไทย จริงๆ แล้วไอ้ดราม่าที่เรามาพูดๆ เนี่ย จริงๆ มันคือเนื้อ แต่คือว่าเราไม่ได้อยู่ในไอ้วงจรนั้น เราก็เลยไปเห็นมันอีกอย่างนึง ... คือว่าคนไทยเค้าปกติกันอยู่ที่แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้

ช่วยศิลปินแห่งชาติที่น้ำท่วมบ้าน คนละไม่เกิน 50,000 บาท - โพสต์เมื่อ 17 พฤศจิกาคม 54

กระทรวงวัฒนธรรมสำรวจความเสียหายของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หออัครศิลปิน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่คลองหลวง จ. ปทุมธานี พบความเสียหายกว่า 47 ล้านบาท และมีศิลปินแห่งชาติที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 14 คน ซึ่งจะได้รับเงินชดเชยจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมคนละไม่เกิน 50,000 บาท อ่านรายละเอียดจากไทยโพสต์ ศิลปินชาติอ่วมน้ำช่วยรายละ 5 หมื่น

นอกจากนั้น บ้านพิพิธภัณฑ์ ที่พุทธมณฑลสาย 2 ยังถูกน้ำท่วมเสียหาย ไทยพีบีเอสทำสกู๊ป บ้านพิพิธภัณฑ์จมน้ำ ในข่าวภาคค่ำวันที่ 15 พ.ย. ชมรูปภาพเพิ่มเติมได้จาก น้ำท่วมจริงๆ ที่บ้านพิพิธภัณฑ์ จากเฟซบุ๊กของธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ก็ได้ ส่วนใครไม่มีเฟซบุ๊กชมภาพบางส่วนได้ที่นี่

ไทยพีบีเอสไปสำรวจความเสียหายของบ้านพิพิธภัณฑ์กับเอนก นาวิกมูล และธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ หลังจากน้ำท่วมได้ประมาณ 2 สัปดาห์ และน้ำลดลงแล้วเหลือประมาณ 1 เมตรจากที่ท่วมสูง 1.6 เมตร แม้จะมีของบางส่วนที่ขนขึ้นได้ทัน แต่มีข้าวของจมน้ำเสียหายจำนวนมาก เราเห็นภาพระนาดจมน้ำ อธิป กลิ่นวิชิต ผู้ทำสกู๊ปบรรยายว่า "หนังสือปกหนังกำลังเน่าส่งกลิ่นเหม็น ข้าวของหลายชิ้นหล่นลงมากระจัดกระจาย" เอนกกล่าวว่า "ถ้าล้าง เช็ด ถูใหม่ได้ ซ่อมได้ก็จะซ่อม ถ้าทำไม่ได้ก็จำเป็นต้องทิ้งไป" และบอกว่า "มันก็เป็นเรื่องที่น่ากระทบกระเทือนใจนะครับ แล้วก็น่าช้ำใจสองต่อ คือหนึ่ง ปกติพิพิธภัณฑ์เอกชนต้องช่วยตัวเองอยู่แล้ว และสอง รัฐเองก็ไม่ได้เหลียวแล และเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเมื่อเจอน้ำท่วมแบบนี้แล้ว เรื่องของพิพิธภัณฑ์ไม่ว่าจะราชการหรือเอกชน จะเป็นเรื่องสุดท้ายที่เขาพูดถึงหรือเปล่า"

มติชนรายงานบทสัมภาษณ์ของเอนกว่า "แล้วน้ำท่วมอย่างนี้ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีใครมาช่วยเหลือ เราต้องช่วยเหลือตัวเอง" อ่านเพิ่มเติมจาก น้ำท่วม"บ้านพิพิธภัณฑ์"จม! เสียหายหนัก "เอนก นาวิกมูล" โวยไม่มีใครเหลียว จวกรัฐบาล"แย่มาก"

น้ำท่วมครั้งนี้น่าจะสอนใจคนไทยได้ดีมากๆ อย่างหนึ่งว่า เราควรช่วยตัวเองให้มากที่สุด อย่าหวังพึ่งใครโดยเฉพาะรัฐบาล

Book
วาดโดย Richard Decker ปี 1952

แจกแท็บเล็ต เย้ยน้ำท่วม - โพสต์เมื่อ 15 พฤศจิกาคม 54

ไทยโพสต์รายงานว่า "กระทรวงศึกษาธิการไม่สนวิบากกรรมคนไทยเจอน้ำท่วม เดินหน้าจัดซื้อแท็บเล็ตให้เด็ก ป. 1 วงเงิน 1,600 ล้านบาท หรือตกราคาเครื่องละ 3,400 บาท แจกให้เด็กจำนวน 66% หรือ 5.6 แสนคนของนร. ป.1 ทั้งประเทศ เริ่มแจกเทอม 1/2555 ให้แต่ นร. ไม่ให้ครู" หากแจกแต่นักเรียนโดยไม่ให้ครู ก็รับประกันได้ว่าย่อมไม่มีครูคนใดใช้เป็น (พวกครูยังเป็นหนี้กันมาก จะให้หาซื้อเองเพื่อเรียนรู้นำมาสอนเด็กคงยาก อีกทั้งจะมีหนทางสั่งซื้อของสเป็คเดียวกับที่เด็กใช้ได้หรือไม่ ยกเว้นจะต้องยึดมาจากเด็กสักเครื่อง) ยิ่งไม่ต้องหวังว่าจะนำไปเป็นสื่อในการเรียนการสอน นับว่าเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลงโครงการนี้โดยสมบูรณ์ อ่านฉบับเต็มจาก ศธ. ตั้งงบแจก "แท็บเล็ต" เย้ยน้ำท่วม

ถ้าเครียดก็ขอเชิญไปชมการ์ตูนเพิ่มเติมจาก Stephff ซึ่งมอบรายได้ให้สภากาชาดไทยแล้ว โดยบอกในเฟซบุ๊กว่า "เพื่อพิสูจน์ว่าเราจะไม่เอาเงินนี้ไปมัลดีฟส์" ใครอยากซื้อภาพการ์ตูนเพิ่มเติมก็ยังทำได้อยู่นะ
 

บางตอนจาก จดหมายจากหัวหิน ฉบับที่ 2 โดยนิวัติ กองเพียร (เน้นตัวหนาโดยดอท)

"๒๐ กว่าวันที่หัวหินก็พอมีสติและได้ใช้ปัญญาอยู่บ้าง เพราะที่บ้านพักพิงมีหนังสือให้อ่าน หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดในเวลานี้ การอ่านหนังสือในขณะที่น้ำเข้าท่วมหนังสือที่บ้านตัวเองเสียหายมากมายเกินจะทำใจได้นั้น เป็นการทำใจให้รู้ว่ายังมีหนังสืออีกมากมายในโลกนี้ที่ยังรอดเหลือไว้ให้อ่านได้ ที่สูญเสียแม้บางเล่มจะหาใหม่ไม่ได้ ก็ยังพอหาที่ทดแทนกันได้ แต่ถ้าไม่มีหนังสือเหลืออยู่เลยในโลกนี้ เราก็คงอยู่ไม่ได้ ...

เมื่อคืนผมพูดถึงผู้บริหารประเทศที่มาจากกรรมการผู้จัดการบริษัททางธุรกิจ ที่ไม่มีประสบการณ์ในชีวิตนอกเหนือจากงานที่ทำอยู่เลย การพูดต่อหน้าสาธารณะบอกให้ผมรู้ว่าเธอไม่อ่านหนังสือ ท่าทางการแสดงออกบอกให้รู้ว่าเธอไม่ดูหนัง เสียงของเธอไม่น่าฟังแสดงว่าเธอไม่ฟังเพลง คนคนหนึ่งคนใดจะเข้ามาบริหารประเทศด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะเป็นคนไหนก็ได้ เริ่มต้นตั้งแต่การต้องรู้จักตัวเองว่า จะทำงานนี้ได้ไหม และงานต้องทำอะไร การบริหารประเทศไม่ใช่การฝึกงานหรือมาทำแทนใครได้

มันเป็นความผิดมหันต์นะครับที่มารับหน้าที่ที่ตัวเองไม่สามารถทำได้ มันจะเป็นอนุสาวรีย์ขายความอายต่อชาติตระกูลที่แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว มันทำร้ายประชาชนทั้งประเทศให้เจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส เธอไม่มีสิทธิที่จะพูดว่าประชาชนเลือกเธอมา และไม่น่าจะมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีได้ถ้าเธอรู้จักตัวเอง

ผมพูดอะไรออกไปอีกมากมายเหมือนคนเก็บกด เพราะมันเก็บกดจริงจริงครับ ผมไม่อยากเห็นเธอในจอทีวี ไม่อยากได้ยินเสียงเธอ ที่จริงผมเป็นคนที่ชอบผู้หญิงมากมาก โดยเฉพาะผู้หญิงเก่ง ฉลาด และจะยกย่องเชิดชูผู้หญิงเสมอเมื่อมีโอกาส เพื่อนคู่ชีวิตผมบอกผมว่า เธอรู้สึกเสียใจและอับอายที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้ความเป็นผู้หญิงเสียหายได้ถึงเพียงนี้"

ย่างเดือนสิบเอ็ดน้ำเริ่มไหลนอง - โพสต์เมื่อ 11 พฤศจิกาคม 54

น้ำท่วมปีนี้ทำให้คนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า รวมถึงนักเขียนและนักอ่านจำนวนมากที่ต้องสูญเสียหนังสือไปโดยไม่ทันตั้งตัว

ส. พลายน้อย เป็นนักเขียนอีกผู้หนึ่งที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมบ้านในเขตคลองสาน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไทยพีบีเอสทำสกู๊ปให้ดูว่าภายในบ้านของนักเขียนมีหนังสือจำนวนมาก น่าดีใจที่เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ทำให้มูลนิธิอมตะส่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครไปเก็บหนังสือบางส่วนลงกล่องตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. - 6 พ.ย. เพื่อนำไปเก็บไว้ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี มติชนรายงานว่าอาสาสมัครได้ย้ายหนังสือจากตู้ที่สูงน้อยกว่า 1.5 เมตร จากชั้นหนึ่งของบ้านนำใส่กล่องรวม 155 กล่อง และหากน้ำท่วมเข้าบ้านถึง 1 เมตร ทีมงานจะเข้าไปช่วยย้ายหนังสือเพิ่มเติม (ไทยโพสต์ลงบทสัมภาษณ์ของวิกรม กรมดิษฐ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้ำท่วม สนใจอ่านได้ที่ เราประมาทเพราะรัฐ)

บ้านที่ลาดหลุมแก้ว จ. ปทุมธานีของนิวัติ กองเพียร ก็ท่วมแล้วเช่นกัน จนต้องย้ายออกจากบ้านไปพักที่หัวหิน เว็บของเขาบอกข่าวว่า "สมบัติหลายชิ้นและหนังสือเป็นพันเล่มที่พยายามรักษาไว้ต้องจมอยู่ใต้น้ำ" นิวัติโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า "หนังสือจมน้ำอยู่เกือบพันเล่ม เอวัง ..." อ่านรายละเอียดจาก เรือนตายของเกจินู้ด เขียนโดย ปริทัศน์ กองเพียร ผู้เป็นบุตรชาย

ไทยรัฐรายงานว่าน้ำท่วมบ้าน 3 หลังของ อาริตา เจ้าของสำนักพิมพ์ลีลาบุ๊คส์ ทำให้หนังสือเสียหายหลายหมื่นเล่ม บ้านหลังแรกอยู่ในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ตรงข้ามตลาดรังสิต เป็นคลังที่เก็บหนังสือของสำนักพิมพ์ ซึ่งเสียหายทั้งหมดเพราะน้ำมาเร็วจนเธอต้องรีบหนีออกมาพร้อมกับโน้ตบุ๊ก หนังสือบางเล่มเพิ่งพิมพ์ออกมายังไม่ทันได้ขาย ก็จมน้ำทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีหนังสือที่เธอซื้อเก็บไว้

บ้านหลังที่สองของอาริตาอยู่ถนนเลียบคลองสาม จ.ปทุมธานี ถูกน้ำท่วมสูง 1 เมตร ส่วนบ้านหลังที่สามอยู่ริมถนนรังสิต-นครนายก เก็บนวนิยายเก่าๆ เธอกล่าวว่า "ค่าของหนังสือเก่า เราประเมินค่าไม่ได้ แต่ถ้าคิดเฉพาะหนังสือใหม่ไม่ต่ำกว่าห้าล้านบาท"

ใครอยากคลายเครียดจากน้ำท่วม ขอเชิญชมภาพการ์ตูนน่ารักขำๆ จากฝีมือ Stephff หรือ Stephen Peray ที่วาดการ์ตูนให้เนชั่นได้ที่เฟซบุ๊ก Stephff Tribal Art ตอนนี้เขาขายต้นฉบับการ์ตูนราคาภาพละ 1,500 บาท โดยมอบรายได้ทั้งหมดให้สภากาชาดไทย อยากชวนให้คุณไปอ่านการ์ตูนของเขาเพราะน่ารักจริงๆ ชมภาพต่างๆ ได้ที่นี่

ภาพล่างซ้าย ช่องแรกนายกอ่านโพยว่า "เราจะไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินเพราะเกรงว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตื่นตระหนก" ช่องที่สองอ่านว่า "ไม่มีภาวะฉุกเฉิน ทุกอย่างเรียบร้อยดี กรุณาเที่ยวให้สนุกและทำตัวตามปกติ" ส่วนภาพล่างขวา ต้องเฝ้าระวังขากรรไกรที่สอง ช่องแรกบอกว่า "คงไม่ถึงกับแย่อะไรนักหรอก..." ช่องสอง "ซะเมื่อไหร่ล่ะ!"

Book Book

นอกจากนั้นยังมีรูปน่ารักเยอะแยะ เป็นต้นว่า ภาพปวดหัว, ภาพลอยกระทงปีนี้เซ็ง, ภาพฝันร้ายก่อนวันลอยกระทง (ตัวย่อ FROC คือ ศ.ป.ภ.), มาเต้นแมมบากันเถอะ, จ๊ะเอ๋
* การผลิตน้ำประปาเป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรอนามัยโลก แต่ขอแนะนำให้ผู้บริโภคควรต้มน้ำ... ชายในภาพพูดว่า "ฮัลโหล การประปานครหลวง ควรต้มงูกรีนแมมบาที่อยู่ในน้ำด้วยหรือเปล่า"
* การแถลงข่าวของ ศ.พ. (ตัวย่อภาษาอังกฤษคือ FLOP แปลว่าเจ๊ง) "กรุณาอยู่ในความสงบ ! เราควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว เพราะเรากำลังจะวิวัฒนาการสู่การเป็นมนุษย์เงือก"

ข้อมูลเพิ่มเติม
  * รุดช่วย 'ส.พลายน้อย' ขนหนังสือหนีน้ำท่วม -- มติชน
  * คลังหนังสือนักเขียน เมื่อน้ำมาน้ำตาท่วม -- ไทยรัฐ
  * ชมรายการศิลป์สโมสร "สมบัติที่จมน้ำ" มีเบื้องหลังการนำเรือกลับไปบ้านของสุชาติ สวัสดิ์ศรี, และฟัง ส. พลายน้อย พูดถึงเรื่องการอยู่กับน้ำ พร้อมชมหนังสือมากมายในบ้าน ตอนที่ 1 (เกี่ยวกับวรรณกรรม เริ่มจากนาทีที่ 3.40) | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 3 (แผนการรับมือน้ำท่วมของหอภาพยนตร์ ที่พุทธมณฑลสาย 5)

Book
ข่าวรอยเตอร์รายงานว่าวันที่ 6 พ.ย. 2011 Vasily Slonov ศิลปินรัสเซียใช้ขวานสลักรูป ฟิโอดอร์ ดอสตอยเยฟสกี บนชุดงานเขียนฉบับสมบูรณ์ของวลาดิเมียร์ เลนิน ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่เมืองครัสโนยาสก์ เพื่อจัดแสดงในงาน "เรื่องราวของดอสตอยเยฟสกี" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานหนังสือครั้งที่ 5 ของครัสโนยาสก์

น้ำท่วมทำให้งานสัปดาห์หนังสือ 54 ซบเซา - โพสต์เมื่อ 2 พฤศจิกาคม 54

เนชั่นรายงานว่างานหนังสือที่ผ่านมามีผู้เข้าชมลดลงร้อยละ 15 (หรือ 150,000 คน) และทำให้รายได้ลดลงร้อยละ 30 เนื่องจากภาวะน้ำท่วม จากภาพข่าวจะเห็นว่ามีคนไปงานนี้น้อยลงถนัดใจ บูทต่างๆ ว่างโล่งเหมือนไม่ใช่งานสัปดาห์หนังสือ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะช่วงเวลานั้นคนห่วงแต่เรื่องน้ำท่วม แม้แต่คนที่รักหนังสือจริงๆ ก็อาจจะไม่มีอารมณ์มาช็อปปิ้ง

คำขวัญของงานปีนี้คือ "อ่านทั่วไทย อ่านได้ทุกที่" ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันไม่น้อย เพราะหนอนหนังสือหลายคนอาจจะอ่านในบ้านที่จมน้ำอยู่ก็เป็นได้ (ระวังจระเข้ด้วยล่ะ)

น้ำท่วมบ้านที่รังสิต และหนังสือของสุชาติ สวัสดิ์ศรี - โพสต์เมื่อ 1 พฤศจิกาคม 54

Book
* ชมข่าวจากไทยพีบีเอส http://www.youtube.com/watch?v=tJQPZb4rA2M
* น้ำท่วมคลังวรรณกรรม "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" สูญหนังสือเก่านับแสนเล่ม ที่บ้านย่านรังสิต

น้ำท่วมปีนี้ทำให้บ้านที่หลักหก จ. ปทุมธานีของคุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี ถูกน้ำจากคลองเปรมประชากรไหลเข้าท่วมรวดเร็ว คุณสุชาติและครอบครัวต้องรีบออกจากบ้านเมื่อน้ำสูงถึงคอ เมื่อกลับไปดูบ้านอีกครั้งในอาทิตย์ต่อมา ระดับน้ำสูงเกือบสองเมตร ท่วมเรือนชั้นเดียว 3 หลัง และท่วมชั้นล่างของเรือนสองชั้น ทำให้หนังสือและนิตยสารที่สะสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จำนวนนับแสนเล่ม จมหายไปกับน้ำ ซึ่งหลายเล่มในจำนวนนี้ไม่มีในหอสมุดแห่งชาติ นับเป็นเรื่องน่าตกใจและเสียดาย และย่อมเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงของคนไทย

"ผมถือว่าเป็นการผ่านมาของแม่คงคา ท่านมาขอหนังสือไปอ่าน" คือถ้อยคำของคุณสุชาติ จากรายการข่าวของไทยพีบีเอส

ภาพสิงห์สนามหลวง วาดโดย : อภิชัย วิจิตรปิยกุล
ที่มา : http://www.facebook.com/photo.php?fbid=271826416194939&set=p.271826416194939&type=1&theater

ครม. ไฟเขียว แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 - โพสต์เมื่อ 1 พฤศจิกาคม 54

กฏหมายยังกำหนดให้หนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์มีอายุเพียง 5 ปี ถ้าประสงค์จะต่ออายุหนังสือสำคัญให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะต่ออายุหรือไม่ก็ได้ -- จาก แนวหน้า

จาก ไทยรัฐ

ครม.ไฟเขียวแก้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ เพิ่มโทษเผยแพร่สิ่งพิมพ์หมิ่นสถาบัน จำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสนบาท เตรียมผุดเรตติ้งสิ่งพิมพ์ฟันสื่อรุนแรง-ลามกอนาจาร หวังช่วยแก้พฤติกรรมเด็กเลียนแบบ รอส่งกฤษฎีกาตีความก่อนเข้าสภา

18 ต.ค. 2554 นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.ได้มีมติเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ตามที่วธ.เสนอ โดยจะแก้ไขใน 7 ส่วน ดังนี้

1. กำหนดให้สิ่งพิมพ์ที่เป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ในราชอาณาจักร ต้องแสดงข้อความประเภทของสิ่งพิมพ์ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทสิ่งพิมพ์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 8)

2.กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งสิ่งพิมพ์หรือหนังสือพิมพ์ ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

3. กำหนดให้ผู้จดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายใน 60 วัน เมื่อได้รับหนังสือสำคัญแสดงการพิมพ์

4. กำหนดให้หนังสือพิมพ์ต้องแสดงข้อความประเภท หนังสือพิมพ์ และเลขมาตรฐานสากล ประจำวารสารที่หอสมุดแห่งชาติออกให้ และกำหนดให้ผู้พิมพ์ต้องส่งหนังสือพิมพ์จำนวน 2 ฉบับให้แก่หอสมุดแห่งชาติด้วย

5. ชื่อหนังสือพิมพ์ต้องไม่พ้องหรือ มุ่งหมายให้คล้ายกับชื่อหน่วยงานของรัฐหรือเป็นตัวย่อ

6. กำหนดโทษทางปกครองผู้พิมพ์ที่ไม่ส่งหนังสือพิมพ์ให้แก่หอสมุดแห่งชาติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ

7. กำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้ฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สิ่งพิมพ์ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และความมั่นคงของชาติ โดยกำหนดโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“นอกจากนี้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการเพิ่มการระดับความเหมาะสมของสื่อสิ่งพิมพ์หรือประเภท ของสื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า เนื้อหา ข้อความ หรือภาพ ในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร มีความไม่เหมาะสมกับผู้บริโภคที่เป็นเด็กและเยาวชน มีเนื้อหาเกี่ยวกับความ รุนแรงและโหดร้าย ลามกอนาจาร ที่สำคัญเป็นการสร้างทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลียนแบบ ดังนั้น การกำหนดเรตติ้งสื่อสิ่งพิมพ์ น่าจะปัญหาดังกล่าวได้บ้าง

อย่างไร ตาม หลังจากนี้ วธ. จะจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรตติ้งสิ่งพิมพ์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทยอีกครั้ง ส่วนขั้นตอนการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จากนั้นส่งให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบเป็นกฏหมายต่อไป” รมว.วัฒนธรรม กล่าว


 
 

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ